
ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลา แคว้นวิเทหะ อันเป็นที่ตั้งแห่งราชธานีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นพระเจ้าวิเทหะกษัตริย์ผู้ทรงธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ความร่มเย็นเป็นสุขปกคลุมแผ่นดิน ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่มีความเดือดร้อนใดๆ
พระเจ้าวิเทหะทรงมีพระมเหสีนามว่า สุชาดา ทรงเป็นสตรีผู้เลอโฉม เฉลียวฉลาด และมีคุณธรรม พระองค์ทรงรักใคร่พระมเหสีเป็นอย่างยิ่ง และทรงมีพระราชโอรสธิดาที่น่ารักหลายพระองค์
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าวิเทหะทรงประทับอยู่บนพระแท่นบรรทมภายในพระราชวังอันโอ่อ่า ทรงพระสุบินนิมิตอันน่าพิศวง พระองค์ทรงเห็นฝูงกาจำนวนมาก บินวนเวียนอยู่เหนือพระเศียรของพระองค์ พร้อมทั้งส่งเสียงร้องกู่ก้องราวกับจะประกาศข่าวร้ายบางอย่าง ฝูงกากระหายน้ำอย่างรุนแรง แต่กลับไม่สามารถหาน้ำดื่มได้แม้แต่น้อย
เมื่อทรงตื่นบรรทม พระองค์ทรงมีพระทัยขุ่นมัว ทรงใคร่ครวญถึงความฝันนั้นอย่างลึกซึ้ง พระองค์ทรงปรึกษากับเหล่าพราหมณ์ปุโรหิตและบัณฑิตผู้รู้เห็นต่างๆ
"ท่านทั้งหลายเอ๋ย เราได้ฝันร้ายเมื่อคืนนี้ เราเห็นฝูงกาจำนวนมาก บินวนเวียนอยู่เหนือเศียรของเรา พวกมันกระหายน้ำอย่างแสนสาหัส แต่กลับไม่มีน้ำให้ดื่มแม้แต่น้อย ท่านคิดว่านิมิตนี้มีความหมายว่ากระไร?"
เหล่าพราหมณ์และบัณฑิตต่างก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด บางคนก็ตีความไปต่างๆ นานา แต่ส่วนใหญ่ก็แสดงความเห็นที่ขัดแย้งกัน บ้างก็ว่าเป็นลางร้าย บ้างก็ว่าเป็นเพียงฝันเฟื่อง
ท่ามกลางความสับสนนั้น มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โกณฑัญญะ ผู้เป็นปุโรหิตที่ฉลาดที่สุดในราชสำนัก ได้กราบทูลพระเจ้าวิเทหะด้วยความเคารพ
"ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ความฝันนี้มิใช่ลางร้ายอันใด แต่เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ กาทั้งหลายเปรียบเสมือนเหล่าประชาชนผู้หิวกระหาย น้ำเปรียบเสมือนข้าวปลาอาหารและความอุดมสมบูรณ์ หากพระองค์ไม่ทรงใส่พระทัยในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือหากเกิดภัยพิบัติใดๆ ขึ้น จนทำให้ประชาชนขาดแคลนอาหารและน้ำ พวกเขาก็จะเดือดร้อนดั่งฝูงกาที่หิวกระหายน้ำนั้นเอง"
พระเจ้าวิเทหะทรงฟังคำของโกณฑัญญะด้วยความตั้งใจ พระองค์ทรงตรัสรู้ถึงความหมายอันลึกซึ้งของความฝันนั้น พระองค์ทรงทราบดีว่าการปกครองบ้านเมืองนั้นเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ การดูแลทุกข์สุขของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พระเจ้าวิเทหะทรงเพิ่มความเอาใจใส่ในการบริหารราชการแผ่นดินมากยิ่งขึ้น พระองค์ทรงสำรวจทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างใกล้ชิด ทรงจัดหาข้าวปลาอาหารให้เพียงพอแก่ความต้องการ ทรงสร้างแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไว้ทั่วทั้งอาณาจักร ทรงออกกฎหมายที่ยุติธรรม และทรงลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
หลายปีผ่านไป แคว้นวิเทหะยังคงมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่มีใครอดอยาก หรือขาดแคลนน้ำ
อยู่มาวันหนึ่ง มีพราหมณ์เฒ่าผู้หนึ่งเดินทางมาจากแดนไกล มายังกรุงมิถิลา พราหมณ์ผู้นี้มีนามว่า กุศล เป็นผู้รู้เห็นในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เขาได้เข้ามาเฝ้าพระเจ้าวิเทหะ
"ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งแห่งปวงชน ข้าพเจ้ามาจากแดนไกล เพื่อมากราบทูลพระองค์ถึงเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น"
พระเจ้าวิเทหะทรงมีพระทัยสงสัย จึงตรัสถาม
"ท่านพราหมณ์ เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่อันใดเล่า ที่ท่านกล่าวถึง?"
พราหมณ์กุศลกล่าวว่า
"ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าได้ทราบมาว่า พระองค์ทรงฝันถึงฝูงกาที่หิวกระหายน้ำเมื่อหลายปีก่อน และความฝันนั้นได้เตือนให้พระองค์ทรงดูแลประชาชนให้พ้นจากความอดอยาก ซึ่งพระองค์ก็ทรงทำได้เป็นอย่างดี แต่บัดนี้ ปัญหากำลังจะเปลี่ยนรูปไปอีกแบบหนึ่ง"
พระเจ้าวิเทหะทรงนิ่งฟังอย่างตั้งใจ
"ข้าแต่พระองค์ พระองค์จะทรงทราบว่า เมื่อใดก็ตามที่พระองค์ทรงมีความประมาท หรือทรงปล่อยปละละเลยในการปกครอง แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม สัตว์ร้ายจะปรากฏตัวขึ้น และจะก่อความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน"
พระเจ้าวิเทหะทรงไตร่ตรองคำของพราหมณ์กุศล
"สัตว์ร้ายอันใดเล่าที่ท่านกล่าวถึง?"
พราหมณ์กุศลตอบว่า
"ข้าแต่พระองค์ สัตว์ร้ายนั้นคือ 'มาร' ผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมและมารยา เมื่อใดที่พระองค์ทรงมีจิตใจหวั่นไหว หลงระเริงในอำนาจ หรือถูกกิเลสตัณหาครอบงำ มารก็จะฉวยโอกาสนั้นเข้ามาแทรกแซง ทำให้พระองค์ทรงหลงผิด และประพฤติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"
พระเจ้าวิเทหะทรงน้อมรับคำเตือนนั้นด้วยความเคารพ พระองค์ทรงตระหนักดีว่า การปกครองไม่ได้มีเพียงแค่การจัดการเรื่องปากท้องของประชาชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาจิตใจของตนเองให้มั่นคง ปราศจากกิเลส
วันเวลาล่วงเลยไป พระเจ้าวิเทหะทรงปกครองแคว้นวิเทหะด้วยความเข้มแข็งและรอบคอบ พระองค์ทรงระมัดระวังไม่ให้ตนเองตกอยู่ในอำนาจของกิเลสตัณหาใดๆ ทรงตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม และทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง
มีครั้งหนึ่ง เกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรงทั่วทั้งแผ่นดิน น้ำในแม่น้ำลำคลองเหือดแห้ง พืชผลเสียหาย ประชาชนเริ่มได้รับความเดือดร้อน
ในขณะที่ประชาชนกำลังทุกข์ยาก พระเจ้าวิเทหะทรงไม่ทรงปริวิตก พระองค์ทรงระลึกถึงคำพยากรณ์ของพราหมณ์กุศล และทรงตระหนักดีว่า นี่คือการทดสอบ
พระเจ้าวิเทหะทรงเรียกประชุมเหล่าเสนาบดีและข้าราชการ
"เราทราบดีว่าขณะนี้ประชาชนกำลังประสบความยากลำบาก แต่เราขอให้ทุกท่านจงอย่าได้สิ้นหวัง เราจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วงไปให้ได้"
พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ และสร้างระบบชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แม้ว่าจะเป็นงานที่หนักและต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แต่พระเจ้าวิเทหะก็ทรงยืนยันที่จะดำเนินการ
เหล่าข้าราชการบางส่วนแสดงความกังวล
"ฝ่าบาท การขุดบ่อน้ำครั้งนี้ต้องใช้กำลังคนและทรัพย์สินจำนวนมาก เกรงว่าเราจะแบกรับภาระไม่ไหว"
พระเจ้าวิเทหะทรงตรัสตอบด้วยความเด็ดเดี่ยว
"หากเราไม่ทำในวันนี้ แล้วจะรอถึงเมื่อใด? ชีวิตของประชาชนสำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือพวกเขา"
ด้วยพระบรมเดชานุภาพและความตั้งใจอันแน่วแน่ของพระเจ้าวิเทหะ การขุดบ่อน้ำและสร้างระบบชลประทานก็เริ่มต้นขึ้น ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
ในระหว่างการก่อสร้างนั้นเอง มีพราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งแท้จริงแล้วคือมารในจำแลงกาย ได้เข้ามาหาพระเจ้าวิเทหะ
"ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ข้าพเจ้ามีความรู้เรื่องการทำพิธีขอฝนอันศักดิ์สิทธิ์ หากพระองค์ทรงอนุญาต ข้าพเจ้าจะทำพิธีเพื่อขอฝนให้แก่แผ่นดินของพระองค์"
พระเจ้าวิเทหะทรงระลึกถึงคำเตือนของพราหมณ์กุศลถึงเรื่อง 'มาร' พระองค์ทรงมองพราหมณ์ผู้นั้นอย่างพิจารณา
"ท่านผู้นี้ดูแปลกตาไปจากพราหมณ์ทั่วไป ใบหน้าของเขาดูไม่น่าไว้วางใจนัก"
พระเจ้าวิเทหะทรงตัดสินใจ
"เราขอขอบคุณในความปรารถนาดีของท่าน แต่เราเชื่อว่าการลงมือทำของพวกเราเองนั้น ย่อมดีที่สุด ขอให้ท่านกลับไปเถิด"
มารตนนั้น เมื่อเห็นว่าแผนการของตนไม่สำเร็จ ก็แสดงอาการไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายพระเจ้าวิเทหะได้ เพราะพระองค์ทรงมีจิตใจที่มั่นคง
การก่อสร้างระบบชลประทานดำเนินต่อไป และในที่สุด บ่อน้ำขนาดใหญ่ก็ถูกขุดเสร็จสิ้น น้ำได้ไหลหล่อเลี้ยงแผ่นดิน พืชผลกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ประชาชนมีความสุข
พระเจ้าวิเทหะทรงเห็นว่า การทำความดี และการตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมนั้น สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด การดูแลประชาชนอย่างแท้จริง คือการช่วยเหลือให้พวกเขามีชีวิตที่ดีทั้งทางกายและทางใจ
วันเวลาผ่านไป พระองค์ทรงปกครองแคว้นวิเทหะด้วยทศพิธราชธรรมอย่างสม่ำเสมอ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ แคว้นวิเทหะจึงเป็นแว่นแคว้นที่สงบสุข รุ่งเรือง และประชาชนมีความสุขทั่วหน้า
นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การปกครองที่ดีนั้น นอกจากจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนในด้านความเป็นอยู่แล้ว ยังต้องดูแลจิตใจของตนเองให้มั่นคง ปราศจากกิเลส และไม่ประมาทในการบริหารราชการแผ่นดิน การตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความเจริญและความสุขที่ยั่งยืน.
พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี คือ อุเบกขาบารมี (การวางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย) และ ขันติบารมี (ความอดทน) ด้วยการทรงอดทนต่อความยากลำบากในการบริหารราชการแผ่นดิน และทรงรักษาจิตใจให้เป็นอุเบกขา ไม่หวั่นไหวต่อกิเลสตัณหาหรือคำชักจูงจากมาร.
— In-Article Ad —
นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การปกครองที่ดีนั้น นอกจากจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนในด้านความเป็นอยู่แล้ว ยังต้องดูแลจิตใจของตนเองให้มั่นคง ปราศจากกิเลส และไม่ประมาทในการบริหารราชการแผ่นดิน การตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความเจริญและความสุขที่ยั่งยืน.
บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี คือ อุเบกขาบารมี (การวางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย) และ ขันติบารมี (ความอดทน) ด้วยการทรงอดทนต่อความยากลำบากในการบริหารราชการแผ่นดิน และทรงรักษาจิตใจให้เป็นอุเบกขา ไม่หวั่นไหวต่อกิเลสตัณหาหรือคำชักจูงจากมาร.
— Ad Space (728x90) —
64เอกนิบาตทุติยทุพภิกขันตชาดก (เรื่องที่ 64) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันเจริญรุ่งเรือง สองกษัตร...
💡 ความเพียรพยายามและสติปัญญา สามารถนำพาเราให้เอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากได้ การเสียสละเพื่อผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
387ฉักกนิบาตสิริปาละชาดกในยุคพุทธกาลอันรุ่งเรือง ณ แคว้นมคธ เมืองราชคฤห์ อันเป็นที่ตั้งของพระเวฬุวันมหาวิหาร อัน...
💡 การรักษาคำมั่นสัญญาและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญ แม้จะต้องเสียสละอย่างยิ่งใหญ่.
106เอกนิบาตมหาวานรชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงบำเพ็ญพระบารมี ทรงถือกำเนิดเป็นพระยาวานร...
💡 การใช้ปัญญาและความเฉลียวฉลาด สามารถเอาชนะกำลังที่เหนือกว่าได้
98เอกนิบาตกุมารชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตา พระเจ้าพรหมทัตผู้ทรงทศพิธราช...
💡 แม้แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ก็อาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบหรือโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น การรู้จักใช้สิ่งที่เรามีให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจ
25เอกนิบาตจุลลเสฏฐิชาดกในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีชายหนุ่มผู้หนึ่...
💡 ความฟุ่มเฟือยและความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ ควรประหยัดอดออม ขยันหมั่นเพียร และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
— Multiplex Ad —